About us

Boog bar บาร์เร็กเก้อารมณ์ชายหาดแต่ดันอยู่กลางเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งไม่มีทะเลให้เสพ มีแต่รถราวิ่งผ่านบนถนนกะโรม ทำไมถึงเปิดแนวนี้ ตอบได้ชัดๆว่า “ชอบ” เป็นการส่วนตัว ฟังเพลงเร็กเก้สากลชิวๆ ซึ่งรู้ความหมายบ้างไม่รู้ความหมายบ้าง จนต้องไปเปิดโปรแกรมแปลภาษาเพื่ออยากรู้ความหมายของเพลง แต่นั่นแหละ เพราะความชอบตัวเดียวทำให้ยังคงเป็นร้านที่เปิดเพลงเร็กเก้เป็นหลัก จะมีเพลงร็อคบ้าง บลูส์บ้าง ผสมผสานกันตามจังหวะอารมณ์ (อะไรว่ะ เอาแต่ใจนี่หว่า)

ก่อนจะมาเป็น Boog Bar เกิดจากการรวมตัวกันเล่นดนตรี ชื่อวง YAKAYA แต่เมื่อต้องแยกย้ายกัน สมาชิกส่วนหนึ่งก็อยากทำร้านที่เป็นแนวเร็กเก้ ฟังเพลงเร็กเก้ให้หนำใจตามอารมณ์ที่มักจะไปเจอบ่อยๆเวลาไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวชายหาดต่างๆ

ปี 2014 ความชัดเจนหลังจากแน่ชัดแล้วว่าต้องเปิดร้านให้ได้ก็ดำเนินการคุยกับเพื่อนๆที่จะพอร่วมหุ้นได้บ้าง ซึ่งต้องคุยกันตั้งแต่ต้นว่าพร้อมจะเจ๊งด้วยกันมั๊ยเพราะว่ายังมองไม่ออกว่าจะมีกำไรได้ยังไง แต่ก็มีเพื่อนๆร่วมจมหัวจมท้ายกันสามสี่คน ระหว่างนั้นก็หาที่เช่าทำร้าน วนไปทั่วเมืองก็ยังไม่ได้ที่เหมาะสม จนกระทั่งไปเจอที่ว่างแถวเทวบุรีใกล้ๆรางรถไฟ ไปเจรจากับเจ้าของที่ว่าจะเปิดร้าน เขาก็อนุญาต วันที่ 16 กรกฏาคม 2014 จึงเป็นวันแรกที่เราเริ่มลงไปดูว่าจะทำอะไรกับร้านได้บ้าง

ในขณะเดียวกันก็คิดชื่อร้านไปพลางๆ กว่าร้านจะพร้อมเปิด หาชื่อร้านเท่าไหร่ก็ไม่ลงตัว เหลือบไปเห็นชื่อ Boog ที่เขี่ยๆเล่นๆ แล้วเอาแปะไว้ข้างคอมพิวเตอร์เพื่อจะเอาไปทำเป็นชื่อเว็บไซต์วิทยุออนไลน์ ลองเอามาเขียนเต็มๆเป็น Boog Bar เฮ่ย อ่านง่ายดีนี่หว่า ถามสมาชิกว่าเอามั๊ย ชื่อนี้แหละ ไม่มีความหมายอะไรเลยสักอย่าง เดี๋ยวมันก็มีความหมายขึ้นมาเองทีหลัง

แรงงานหลักในการทำงาน 3 คน ชัย โจ เจ ใช้เวลาในการทำร้าน 1 เดือน ตั้งแต่ก่ออิฐทำบาร์ เทปูน ขุดห้องน้ำ ให้ช่างมาเชื่อมหลังคา สั่งซื้อของใช้ต่างๆ จนเสร็จก็ทำการเปิดทำการในแบบที่เรียกว่าลองผิดลองถูก ไม่มีใครเคยทำร้านเหล้ามาก่อน ลองกันใหม่ทั้งหมด เหล้าปั่นที่เป็นรสชาดปัจจุบันผ่านการลองปั่นที่เป็นเหล้าปั่นที่สามารถปาหัวหมาได้ จนได้นังผักบุ้งเพื่อนที่ทำร้านเหล้ามาก่อนมาช่วยบอกสูตรให้เบื้องต้น ด้านค็อกเทลก็มีเพื่อนที่ทำอยู่ตามเกาะบอกสูตรให้

ช่วงแรกของการเปิดร้าน ชัยมีหน้าที่ทำกับแกล้มในครัวเล็กๆหลังบาร์ โจมีหน้าที่บาร์เทนเดอร์ เจมีหน้าที่เสิร์ฟ บางวันก็ออกมาเล่นดนตรีกัน ช่วงนั้นก็ก่อตั้งวงสิงห์สยามพอดี สมาชิกก็มีแค่ 3 คนคือคนที่อยู่ในร้านทั้งหมด

ผองเพื่อนคือสิ่งสำคัญที่ทำให้ร้านเดินไปได้ เพราะต้องช่วยกันมานั่งก่อนให้ดูครึกครื้น ก่อนที่จะมีแขกทั่วไปแวะเวียนเข้ามาลองนั่ง จัดการกันเองแค่ 3 คน สนุกสนานกับทุกคืนที่เปิดร้าน

ผ่านไป 1 ปี เจ้าของที่ขอที่คืน ความบรรลัยมาเยือน มีอาการเหมือนไก่โดนตีหัว ไปใหนไม่ถูก จะเอาตังที่ใหนมาสร้างร้านใหม่ จะทำร้านใหม่ที่ใหน มึนไปหมด จนมีเพื่อนในก๊วนบอกว่าโทรหาเจ๊โจ้สิงห์อรฉัตรดู แกมีที่ว่างอยู่

นับแต่วินาทีนั้น ความซวยเลยเปลี่ยนไปอยู่ที่เจ๊โจ้ทันที เพราะไอ้ก๊วนเร็กเก้ได้เข้าไปก่อกวนบริเวณสิงห์อรฉัตรตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา โทรไปหาเจ๊ เจ๊บอกว่ามาเลย เราก็ไม่รอช้า ยืมรถเจ๊ไปขนย้ายของจากที่เก่า มุ่งหน้าสู่ลานเบียร์ของสิงห์อรฉัตร มีผองเพื่อนมาช่วยกันขนพร้อมหน้าพร้อมตา

ใช้เวลา 1 เดือนในการตกแต่งร้านเพื่อให้มีสภาพเป็นแบบเร็กเก้อย่างที่ต้องการ ยังคงยึดแนวเดิมคือเว้นให้มีพื้นที่เปิดไร้หลังคา หลังจากเสร็จก็เริ่มเปิดใหม่อีกครั้ง

หลังจากมาอยู่ที่ใหม่ก็มีการจัดงานดนตรีบ่อยขึ้น เหล่าเพื่อนนักดนตรีนอกกระแสแวะเวียนกันมาสร้างความบันเทิงตลอด บางช่วงก็แขกเยอะ บางช่วงก็หายไร้ร่องรอย สลับสับเปลี่ยนกันไป สมาชิกหลักลาออกไปหนึ่งคน เหลืออีกสองก็ทำงานกันต่อไป

ไม่ค่อยได้เล่นดนตรีสด ส่วนมากก็ใช้วิธีการเปิดเพลงเป็นหลัก นานๆทีก็มีเพื่อนมาแจมที่ร้าน ณ ขณะที่เขียนอยู่ก็กำลังจะครบ 5 ปี เป็นร้านที่เรียกว่า “เรือยๆ” และเป็นแนวเดิมให้เพื่อนๆได้แวะเวียนมาฟังเพลงเร็กเก้กัน เบื่อๆก็หายหน้าไปสักพัก เป็นแบบนี้ต่อไป ภายใต้การดูแลของสิงห์อรฉัตร

ต้องขอบคุณเพื่อนๆ ที่ยังคงไม่ลืมกัน ให้ Boog Bar ได้เป็นที่รองรับเพื่อนๆ ต่อไป เบื่อ Boog ก็ไปนั่งร้านอื่น เบื่อที่อื่นก็แวะมาเยี่ยม Boog สลับสับเปลี่ยนกันไปตามอารมณ์

ขอบคุณครับ

แอดมิน